มีหนังสือว่าหมอชาวญี่ปุ่นท่านหนึ่ง งดอาหารเย็นแล้ว สุขภาพและผิวหน้ากลับมาเหมือนคนอายุ 30 อาจจะทำให้หลาย ๆ คนเหลือบตาขึ้นมาอ่าน มาคิดถามตัวเองว่า จริงไหม? ทำได้จริงไหม?


ผมเป็นผู้ติดตามเว็บ raksukhapap อยู่เห็นบทความดี ๆ ก็เลยอยากจะแบ่งปันประสบการณ์ที่ตัวเองได้ลงมือปฏิบัติในการงดอาหารเย็นว่ามันเป็นอย่างไรบ้าง (ผมขอให้ทาง admin เอาข้อความผมไปเรียบเรียงนะครับ)

ผมอายุ 40 ปลาย ๆ แล้ว ทำงานตำแหน่งผู้บริหาร บ.ต่างชาติใน กทม. คือทำงานค่อนข้างหนัก ไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกาย ไปตรวจร่างกายก็ ทั้ง LDL สูง ไตรกรีเซอไรด์ สูง ฯลฯ หน้าท้องไขมันเริ่มสะสม พุงเริ่มยื่น…ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ เบื่อกับการคิดว่า จะทานอะไรดี อาหารใน กทม.ก็ทราบกันอยู่เลี่ยงน้ำมันได้ยากมาก !!! ออกกำลังกายก็ไม่ค่อยได้ออก !!!

ผมเลยคิดถึงว่า พระท่านฉันอาหารแค่ 2 มือก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร (คือไม่ตาย) แล้วถ้าเรางดบ้างละ จะเป็นไรไหม? บวกกับปัญหาที่เบื่อว่าจะทานอะไร และ ไขมันสูง ก็เลยทำให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น “เอาว่ะ ลองดูไม่เสียหาย” ตัดสินใจทานอาหารเช้าเยอะขึ้น อาหารกลางวันก็จัดเต็ม และ งดอาหารเย็นไปเลย ช่วงแรก ๆ ก็ดื่มน้ำ หรือ นมเพื่อบรรเทาอาการหิว…

ปรากฏว่าใช้ระยะเวลา 2 อาทิตย์ ร่างกายเริ่มปรับตัวได้ เริ่มไม่หิว จนกระทั่ง ณ ตอนนี้งดอาหารมื้อเย็นมาได้ประมาณ 1 ปีแล้วครับ พอร่างกายปรับได้ ก็จะไม่รู้สึกหิวสักนิดในตอนเย็น ไม่ว่าเพื่อนหรือใครจะนั่งทานอาหารอร่อย ๆ ให้เราเห็น ก็ไม่ได้รู้สึกหิว ทนไม่ได้ กลับกลายเป็นว่า สบาย ๆ เพราะไม่หิวเลย (ไม่ได้หลอกตัวเองด้วย)…พอมีงานต้องเข้าสังคม ต้องทาน ก็ทานได้นะครับ ไม่ใช่เป็นเหมือนพระ ที่งดเพราะถือศีล

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ

1. ร่างกายกลับแข็งแร็งขึ้น ตอนเย็ฺนมา ออกกำลังกายได้ทุกวัน 30นาที – 1 ชั่วโมง ทำได้!! ก็ไปออกกำลังกายในช่วงอาหารเย็นนั่นแหละ ตามหลักแล้ว น่าจะหิว พอหิวก็ไม่มีแรงออกกำลังกาย…แต่กลับไม่ครับ ไม่หิวและออกกำลังกายได้ดีกว่าเดิมอีก

2. สบายท้องมาก ไขมันที่สะสมอยู่หน้าท้องก็ไม่เพิ่ม แต่ตรงกันข้ามลดลง ไม่อึดอัดท้องเหมือนที่เคยเป็น รู้สึกเบาตัว กระฉับกระเฉง

3. เมื่อไม่ต้องคิดว่าจะทานอะไร สมอง และ เวลา ก็เอาไปทำอย่างอื่นเช่นออกกำลังกาย อ่านหนังสือ ได้อีกเยอะแยะ รู้สึกชีวิตมีเวลามากขึ้น ภาระกิจประจำวันก็ลดลงไปอีกเยอะ ไม่นับว่าประหยัดเงินด้วย

เอนชัวร์ เป็น อาหารสูตรครบถ้วน
ให้สารอาหารที่ร่างกายต้องการพร้อมวิตามิน แร่ธาตุ 29 ชนิด และใยอาหาร

ปัจจุบันนี้ภรรยาผมก็ได้ปฏิบัติตาม ด้วยไม่ได้ตั้งใจนั่นคือ พอสามีไม่ทานแรก ๆ เธอก็ทาน แต่นาน ๆ ไปเริ่มขี้เกียจทำอาหาร เพราะทานอยู่คนเดียว ก็เริ่มไม่สนุก ถึงตอนนี้มีบ้างที่เธอทานอาหารเย็น แต่ก็เท่าที่ผมสังเกตุก็ไม่เกินเดือนละ 2-4 มือที่ทานอาหารเย็น เธอได้รับคำชมจากเพื่อน ๆ ญาติ ๆ ว่า “ลูก 2 แล้วทำไมยังสวยไม่เหมือนคนมีลูกเลย”??

โดยสรุปผมอยากจะแชร์ว่า งดอาหารเย็นทำได้จริง และ มีผลดีกับร่างกายอย่างน้อยก็ผมและภรรยา ที่เราได้ปฏิบัติมา ผมได้แนะนำเพื่อนหลาย ๆ คน (ที่สนใจ) ว่าถ้าอยากจะปฏิบัติผมแนะนำได้ แต่ทุกคนก็ยากที่จะทำได้ เพราะอาหารเย็น ถือว่าเป็นหนึ่งในกิจกรรมของชีวิต ซึ่งแน่นอนไม่ผิด และ เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนบุคคลที่จะไปก้าวล้ำไม่ได้

…มีคำถามว่าใช้อะไรช่วยที่ทำให้ปฏิบัติได้ ผมบอกว่าไม่ได้มีตัวช่วยอะไรเลย มีเพียงแต่ผมได้ถามตัวเองหลังจากที่ผมได้ไปทานอาหารที่ผมชอบสุด ๆ คือปูนึ่ง ครั้งหนึ่งผมสั่งมาทานแบบเยอะมาก คือจนอื่มแปร้ ก็ทานอีกให้เกินอิ่มไปเลย…จากนั้นก็ถามตัวเองในอารมณ์ที่อื่มแล้วว่า เป็นยังงัยเรารู้สึกสบายไหม? พบว่าถ้าเราอิ่มสุด ๆ แล้ว อาหารที่เราว่าอร่อยมันก็ไม่ได้อร่อยอีกต่อไป…สุดท้ายอาหารที่แพงที่สุด หรือ ถูกสุดก็แค่ “กินเพื่ออยู่” พอได้คำตอบตรงนี้ก็คือ ต้องกิน (เพื่อให้อยู่ได้อย่างมีความสุข) ความสุขที่ได้ก็คือ 3 ข้อ ข้างบนที่ ไม่ได้ต้องทรมาน หิวด้วยความทุกข์เลยสักนิดเลยครับ….

หายใจให้เต็มปอดด้วย Mi Air Purifier
ที่ดีและคุ้มค่าที่สุดในตอนนี้