จะไม่ขออ้างอิงอะไรที่เป็นวิชาการจนเกินไปนะครับ แต่จะขอเอาประสบการณ์จริง ๆ มาแบ่งกัน เพื่อเป็นประโยชน์แก่คนหลาย ๆ คนที่มีปัญหากับอาการภูมิแพ้ ผื่นคัน เต็มตัว ต้องกินยาทุกวัน มันจะพอมีทางเยียวยาได้ไหม?


ภรรยาของผมเอง เราอยู่กรุงเทพมาหลายปีแล้ว เฉพาะภรรยาก็ 5 ปีที่อาศัยอยู่ กทม. พร้อมกับลูกน้อย 2 คน ที่ กทม.เราพักอยู่ชั้น 5 ของคอนโด ซึ่งอยู่ในเขตนนทบุรี และ อยู่ห่างจากถนนพอสมควร ปัญหาที่ภรรยาพบเจอตลอดระยะเวลา 5 ปีคือ จะมีผื่นคันขึ้นตามตัว แข้งขา คันไปหมด ต้องกินยาแทบทุกวันเพื่อบรรเทาอาการคัน เราได้ตัดสินใจย้ายครอบครัวมาอยู่ที่เชียงใหม่เมื่อ 15 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมานี้ครับ

ปรากฏว่าพอมาอยู่เชียงใหม่ Amazing ครับ อาการ ผื่นคัน เต็มตัว ภูมิแพ้ ของภรรยาหายไปหมด !!! ภายใน ไม่เกิน 1 อาทิตย์ มาจนป่านนี้ก็ย่างเข้าเดือนที่ 7 แล้วก็ไม่ได้มีโผล่ออกมาอีกเลย !!! ทั้ง ๆ ที่มีข่าวมาเสมอว่าเชียงใหม่ ฝุ่นละอองเยอะ จากการเผาป่า ฯลฯ แต่การเผาป่าก็จะเกิดขึ้นหนัก ๆ เอาเดือน มีนา เมษา ซึ่งก็เป็นเดือนที่ทางครอบครัวเราย้ายมาอยู่แล้ว ก็ยังไม่ได้รู้สึกอะไรมาก…พูดแบบชาวบ้าน ๆ ก็คือ มันไม่มีอะไรแย่ไปกว่า กรุงเทพฯ อีกแล้วในเรื่องอากาศ

ผมมีเพื่อนต่างชาติอยู่หลายคนที่มาเกษียณอายุที่เชียงใหม่ เยอรมันบ้าง อเมกันบ้าง บางคนก็เป็นนักการตลาด บางคนก็เป็นวิศกร บางคนก็เป็นโหราจารย์ พวกเขาก็ให้คำแนะนำหลาย ๆ ด้านเกี่ยวกับสภาพอากาศของที่นี่ ทุกคนแนะนำให้ติดตั้ง App ของ Plume ซึ่งเขาแจ้งมาว่าเสถียรที่สุดในการพยากรณ์ เรื่องฝุ่นละอองในอากาศ (ลองติดกันดูนะครับลงในมือถือเลย) และสิ่งที่สองที่พวกเขาแนะนำตรงเลยกันคือ…

ให้ติด เครื่องกรองอากาศ (Air Purifier) ที่บ้านก่อนเป็นอันดับแรก และ ทุกคนแนะนำให้ใช้ของ Xioami หรือ MI ว่าดีที่สุด คุ้มราคาที่สุด ผมก็เลยจัดมาเลย 2 เครื่อง ห้องรับแขก 1 และ ห้องนอนอีก 1 ปรากฏว่าเยี่ยมมากครับ ผมเปิดทิ้งไว้ทั้งวันทั้งคืน บางวันฝุ่นละออง 100 กว่า ๆ (วัดจาก Plume) แต่ในห้องนอนเหลือ 2-10 ไม่เกินนี้ ถือว่าพอใจมาก (เทียบกับของญี่ปุ่นยี่ห้อดัง ๆ ราคา 12,000+ แต่เพื่อนที่เป็นวิศกรไฟฟ้าก็ยังบอกว่า MI ดีกว่าในราคาไม่ถึง 6 พันบาท ผมเคยใช้ของญี่ปุ่นยี่ห้อดัง 12,000+ สุดท้ายต้องทิ้ง จับได้แต่กลิ่นไม่ดักฝุ่น) เครื่องมี 3 mode เลือกได้เลย ถ้าหมวด sleep นี่ไม่มีเสียงรบกวนเลยครับ เบามาก ๆ เหมาะสำหรับห้องที่มีเด็กเล็ก ช่วยไห้หลับง่าย ลองคลิ๊กดูรายละเอียดตามรูปข้างล่าง หรือ ลิ้งค์ได้เลยครับ >>>

…เล่าต่อนะครับ จากนั้นทางผมเองก็ยังต้องเดินทางไป กทม.ทุกอาทิตย์ รู้สึกเลยว่าการนอนที่ กทม. 1 คืนเป็นอะไรที่แตกต่างมากจากที่เชียงใหม่เสียแล้ว รู้สึกถึงฝุุ่นละอองในจมูกตลอดเวลา (อาจจะเป็นเพราะว่าไม่มีข้อเปรียบเทียบก่อนหน้านี้) ที่เด็ดกว่านั้นคือว่า บางอาทิตย์ลูกและภรรยาก็จะตามไปบ้าง ทีนี้ยืนยันอีกรอบครับว่า นอนที่กทม. 2 คืนภรรยาผมฝื่นขึ้นมาเต็มตัวเหมือนเดิมเลยครับ และ พอกลับมาเชียงใหม่ ก็หายจ้อยเลยเช่นเดิม !!!จนภรรยาลืมไปเลยว่าเคยเป็น!! นี่คือการยืนยันว่าอากาศสำคัญมาก!!!

ประเด็นก็คือว่า ฝุ่นละอองจะหนักขนาดไหนก็ตามในเชียงใหม่ หรือจังหวัดอื่น ๆ แต่ก็ยังเทียบไม่ได้กับฝุ่นละอองที่เกิดจากควันพิษในกทม.ครับ เพราะฝุ่นละอองในต่างจังหวัด มันเกิดจากการเผาป่า ลมมา ฝนมาก็พัดพาไป แต่ กทม.เกิดจากควันพิษรถยนต์ที่สะสม ควบแน่นอยู่ 24 ชั่วโมง 365 วันครับ อันนี้คือสาหัสนะครับ กับชีวิตของคนเลยน่ะครับ

เพราะอากาศเป็นพิษใน กทม.รุนแรงจริง ๆ มันมีผลต่อร่างกายมาก ๆ ไม่ใช่แค่ผิวหนัง มันคือเข้าไปในกระแสเลือด ระบบประสาทได้เลยนะครับ คนเราถ้าต้องให้มันสะสมอยู่เป็นปี ๆ เป็นสิบ ๆ ปี มันอาจจะอันตรายกว่าที่คิดนะครับ ตอนนี้ไม่ป่วยเพราะเราอาจจะยังแข็งแรง แต่ ณ วันที่ร่างกายเราอ่อนแอ สิ่งที่มันซ่อนอยู่จะแสดงตัวออกมาทั้งหมด ไม่รวมถึงเด็กเล็กที่ต้องรับพิษ พวกนี้ตั้งแต่เด็ก ๆ น่ะครับ…ถ้ามีช่องทางผมแนะนำให้ย้ายอยู่ต่างจังหวัดครับ ผมย้ายมาอยู่เชียงใหม่ แต่ยังมีรายได้จาก กทม.เอามาเลี้ยงชีพ และ ผมก็ได้ทำเพจ ย้ายมาอยู่เชียงใหม่” เพื่อน ๆ สนใจมากด like แล้วฟังเรื่องราวได้น่ะครับ ผมจะเอาชีวิตในเชียงใหม่มาแบ่งปัน